แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ COLORADO SUPER CAR by PTT แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ COLORADO SUPER CAR by PTT แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2553

COLORADO SUPER CAR by PTT

COLORADO SUPER CAR by PTT


เครื่องยนต์ 4JK1-TC 2,500 ซี.ซี.


          จากเครื่องยนต์ 4JK1 สแตนดาร์ด 116 แรงม้า กับแรงบิด 29 กิโลกรัม-เมตร กับระบบเทอร์โบแปรผัน VGS เมื่อเปรียบเทียบกับการใช้งานธรรมดาถือว่า COLORADO มีระดับความแรงที่ไม่ขี้เหร่ แต่ถ้าเทียบกับการนำ COLORADO มาใช้งานในรูปแบบของการแข่งขันในรายการใหญ่ ๆ แบบ SUPER CAR THAILAND นี้ เครื่องยนต์ระดับ 116 แรงม้า


           เครื่องยนต์ 4JK1 ตัวนี้ นอกจากจะทำการโมดิฟายระบบอัดอากาศแล้ว ยังได้มีการโมฯ ให้ระบบเชื้อเพลิงจ่ายเชื้อเพลิงได้ในปริมาณที่เพิ่มมากขึ้น ด้วยการส่งกล่อง ECU เดิมของ 4JK1 ไปให้กับทาง PEAK POWER ทำการโมฯ Rom ให้ใหม่ ทำให้ในระบบเชื้อเพลิงมีการจ่ายเชื้อเพลิงผ่านหัวฉีดออกไปในปริมาณที่เพิ่มมากขึ้น สำหรับการสั่งจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงหลังจากการโมฯ Rom มาแล้วนั้น ก็จ่ายในปริมาณที่เหมาะสมกับปริมาณอากาศที่เข้าสู่ห้องเผาไหม้ ไม่มากและไม่น้อยจนเกินไป

         สำหรับเครื่องยนต์ในรถกระบะที่เป็นระบบคอมมอนเรลของยุคปัจจุบันนี้เป็นระบบที่ใช้ปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิงแบบไฟฟ้า ควบคุมการจ่ายด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ที่แตกต่างกับปั๊มแบบกลไกตรงที่ไม่สามารถโมดิฟายปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิงให้จ่ายน้ำมันเพิ่มขึ้นด้วยวิธีการเปลี่ยนอุปกรณ์ในตัวปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิงได้ หากต้องการจะให้มีการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าห้องเผาไหม้ในปริมาณที่เพิ่มมากขึ้นได้ ก็ต้องทำการแก้ไขโปรแกรมในตัวกล่อง ECU ให้สั่งจ่ายเชื้อเพลิงในปริมาณที่เพิ่มมากขึ้น ด้วยการสั่งให้หัวฉีดยกนานขึ้น (แบบนี้เรียกว่าการโมฯ Rom) หรือไม่อีกวิธีก็คือ ใช้วิธีดึงสัญญาณของกล่องเดิมออกไปขยายความถี่ของสัญญาณเพื่อยืดระยะเวลาการยกของหัวแดให้มีระยะเวลาการยกที่นานขึ้น สำหรับการดึงสัญญาณในกรณีที่ 2 นี้ ก็จะดึงกันที่ปลั๊กหัวฉีดเดิมออกไปขยาย แล้วจึงส่งกลับเข้ามาที่หัวฉีด เพื่อสั่งให้หัวฉีดยก ซึ่งทั้ง 2 แบบนี้ก็มีจุดดีที่แตกต่างกัน แล้วแต่ว่าใครจะเลือกใช้แบบไหน แต่โดยรวม ๆ แล้ว ผลสัมฤทธิ์ที่ได้ออกมานั้นก็เป็นในทิศทางเดียวกัน
ระบบส่งกำลังเกียร์เดิม คลัตช์ ISUZU TROOPER
             CHEVROLET COLORADO คันนี้ ระบบส่งกำลังยังคงใช้โครงสร้างเดิม คือใช้เกียร์เดิม อัตราทดเดิม แต่ทำการปรับปรุงชิ้นส่วนในระบบให้ส่งกำลังได้ดีขึ้น ด้วยการเปลี่ยนชุดคลัตช์ไปใช้ของ ISUZU TROOPER จากนั้นก็ทำการเปลี่ยนชุดเฟืองท้ายพร้อมกับชุดลิมิเต็ดสลิปไปใช้ของ NISSAN TURANO อัตราทด 3.7:1 ที่มีความเหมาะสมกับการแข่งขันที่มีทั้งทางตรง และทางโค้งในรูปแบบของเซอร์กิต สามารถส่งถ่ายกำลังงานลงสู่พื้นแทร็กได้ดีและต่อเนื่อง
ระบบรองรับน้ำหนักดัดแหนบ โช้ก OBITS

              "ช่วงล่าง" สำหรับรถแข่งทางเรียบในรูปแบบของเซอร์กิตนั้น เรื่องความนุ่มนวลนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ต้องพูดถึง รถประเภทนี้ไม่ต้องการ สิ่งที่ต้องการคือการยึดเกาะที่ดีที่สุด การตอบสนองก็ต้องดีในทุกช่วงเวลาของการแข่งขัน สำหรับในรถคันนี้ ทางอู่หนุ่มได้ทำการปรับปรุงช่วงล่างใหม่ยกชุด ทำการปรับปรุงด้วยการดัดแหนบให้มีการยึดเกาะที่ดีขึ้นและทำให้ตัวรถต่ำลง เมื่อตัวรถต่ำลง จุด CG ก็จะถูกย้ายให้ต่ำลงไปด้วย สำหรับการดัดแหนบนี้ นอกจากจะได้เรื่องตัวรถและจุด CG ที่ต่ำลงแล้ว แหนบที่ถูกดัดก็จะมีความแข็งมากขึ้นกว่าเดิม ทำให้แรงกดระหว่างล้อกับพื้นผิวมีมากขึ้น รวม ๆ แล้ว ทั้งหมดทำให้การยึดเกาะดีขึ้น และนอกจากดัดแหนบให้มีความแข็งมากขึ้นแล้ว รถคันนี้ยังได้มีการเปลี่ยนโช้คไปใช้โช้คที่มีแรงกดเพิ่มมากขึ้นและมีการตอบสนองที่ดีทั้งจังหวะ Bump และ Rebound ซึ่งโช้คที่ใช้นั้นเป็นโช้คของ OBITS ทั้งในล้อหน้าและล้อหลัง สำหรับล้อที่ใช้ในการแข่งขันใช้ล้อ 4x4 Engineering พร้อมกับยาง BFGoodrich g-Force Sport ในระบบเบรกหน้า-หลังก็ยกเอาของ ISUZU TROOPER ที่เป็นแบบดิสก์เบรกมาใช้ทั้งชุด

บอดี้

บอดี้ของรถคันนี้อย่างที่กล่าวไปตั้งแต่ตอนแรกแล้วว่า เป็นรถที่ใช้แข่งขันในรายการ SUPER CAR THAILAND บอดี้รถทั้งหมดจึงถูกลอกคราบเพื่อทำการลดน้ำหนัก ภายในห้องโดยสารรื้ออุปกรณ์ที่ไม่จำเป็นออกจนหมดเกลี้ยง ทั้งแผงประตูและพรมพื้น แต่คอนโซลยังไม่มีการรื้อและดัดแปลง ยังอยู่ครบ แอร์ยังเย็นฉ่ำ ยังมีชุดวิทยุอยู่เหมือนเดิม สำหรับในห้องโดยสารนอกจากจะรื้อของที่ไม่จำเป็นออกแล้ว ในห้องโดยสารก็ได้เสริมอุปกรณ์ในเรื่องความปลอดภัยเข้าไปตามกติกาของการแข่งขัน นั่นก็คือชุดโรลบาร์และถังดับเพลิง, ชุดสวิตช์ตัดไฟ เบาะที่ใช้เป็นเบาะที่ให้ความกระชับสูงของ OMP พร้อมกับเบลท์แบบ 5 จุดของ WILLANS พวงมาลัยก็เปลี่ยนเป็นแบบก้านยกของ OMP ช่วยให้การควบคุมรถทำได้ง่ายขึ้น สำหรับชุดเกจ์วัดของรถคันนี้ นอกจากจะใช้เกจ์วัดในคอนโซลเดิมของ COLORADO แล้ว ยังได้เพิ่มเกจ์วัดเข้าไปอีก 2 ตัว คือ เกจ์วัดบูสต์ และเกจ์วัดอุณหภูมิน้ำของ AUTO METER ที่ให้ความเที่ยงตรงสูง


ในส่วนของบอดี้นี้ เมื่อจบจากห้องโดยสารก็ออกมาด้านนอก สำหรับบอดี้ด้านนอกของรถคันนี้ก็เน้นตามหลักของอากาศพลศาสตร์ ลดแรงต้านทานในการเคลื่อนที่ให้เหลือน้อยที่สุด แต่ก็ต้องยังมีความปลอดภัยสูงสุดอยู่ เพื่อให้เป็นไปตามความต้องการ ทางอู่หนุ่มจึงได้ติดตั้งแผ่นปิดกระบะท้ายช่วยลดแรงต้านทานการเคลื่อนที่จากลมให้มีน้อยลง จากนั้นก็ทำการใส่หางหลังสร้างแรง Down Force ในขณะรถเคลื่อนที่ ทำให้มีแรงกดท้ายเกิดขึ้น ส่งผลให้ท้ายรถไม่ย้วยไปย้วยมา เวลาวิ่งด้วยระดับความเร็วสูง นอกจากจะได้เรื่องของความปลอดภัยแล้ว ก็ยังได้เรื่องของความสวยงามเสริมขึ้นมาด้วย